<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[หน่วยราชการในพระองค์ และคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ผนึกกำลังหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เตรียมจัดงาน สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/524318</link>
<guid isPermaLink="false">b9fcfaf6203e676837e8468352878629</guid>
<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 13:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หน่วยราชการในพระองค์ และคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ผนึกกำลังหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เตรียมจัดงาน สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>20 กรกฎาคม 2569 &nbsp;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เป็นประธาน ในการแถลงข่าวการจัดกิจกรรม &quot;สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์&quot; เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้ที่พึ่งและผู้เร่ร่อนให้สามารถพึ่งพาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร และถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลอดวัดราชนัดดา และคลองหลอดวัดราชบพิธ โดยมีผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เปิดเผยว่า &ldquo; ตลอดระยะเวลาการจัดงานระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ประชาชนจะได้ร่วมสัมผัสกิจกรรมทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการมีชีวิต ตลาดชุมชน สตรีทอาร์ต และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่สะท้อนคุณค่าของสายน้ำไทยควบคู่กับกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนริมคลองและกลุ่มเปราะบาง อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โดยไฮไลต์สำคัญของงานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 ได้แก่ พิธีทำบุญตักบาตรทางเรือถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์สำคัญ และเป็นการจัดพิธีตักบาตรทางเรือครั้งแรกนับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ 75 รูป จาก 3 เส้นทางสายน้ำสำคัญ รวม 225 รูป ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร ในโอกาสนี้ได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระราชาคณะและพระเถรานุเถระจากวัดสำคัญ อาทิ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และทุกวัดริมคลอง ร่วมล่องเรือจากทั้งสามเส้นทางน้ำ มาบรรจบ ณ บริเวณปะรำพิธีสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่อประกอบพิธีสงฆ์และให้พรแก่ประชาชนที่มาร่วมงานด้วย</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้คณะผู้จัดงานขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน รักษา และ ต่อยอดคุณค่าของสายน้ำไทย พร้อมร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อส่งต่อมรดกอันทรงคุณค่านี้ไปสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 และขอเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานวิถีวัฒนธรรมทางน้ำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดจุดตักบาตร เส้นทางการเดินทาง และกิจกรรมต่าง ๆได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมประชาสัมพันธ์ <a href="https://www.facebook.com/prdofficial?__cft__[0]=AZbYTbgU25P8lKhODldCobsE9b8zXEVa5GcaQ-qq1BL1VvZInOnF8d9t8YBjYRLXb79ubqcjyJ1P98piG8DdVhOrGGJ2HlzjNqujKyebU9TIPnCK2PAi4ssEawxhZIjr0RDQeYW7_T87mi7VTo_d4m0Qergt7fF-Nl1PT1VC3j_5BlC-H-Mv6uCVcPSY9XVTOSo&amp;__tn__=-]K-R" role="link" tabindex="0">https://www.facebook.com/prdofficial</a> และกรุงเทพมหานคร <a href="https://www.facebook.com/bangkokbma?__cft__[0]=AZbYTbgU25P8lKhODldCobsE9b8zXEVa5GcaQ-qq1BL1VvZInOnF8d9t8YBjYRLXb79ubqcjyJ1P98piG8DdVhOrGGJ2HlzjNqujKyebU9TIPnCK2PAi4ssEawxhZIjr0RDQeYW7_T87mi7VTo_d4m0Qergt7fF-Nl1PT1VC3j_5BlC-H-Mv6uCVcPSY9XVTOSo&amp;__tn__=-]K-R" role="link" tabindex="0">https://www.facebook.com/bangkokbma</a></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>-------------------</p>

<p>สวท.ราชบุรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202607215d0a1eea7df37de0386004c36c5a0613135148.jpg' type='image/jpg' length='214799' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ศุภมาส-ซาบีดา" ถกบอร์ดภาพยนตร์ฯ ปลื้ม 3 เดือน เอกชนแห่ยื่นขอรับการส่งเสริมกว่า 80 โครงการ เตรียมปรับโฉมคณะอนุกรรมการใหม่ เดินหน้าหนุนหนังไทย ดึงต่างชาติจ้างผลิตคอนเทนต์ ตั้งกลไกพิจารณาเงินสนับสนุนโปร่งใส-มีประสิทธิภาพ]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/524313</link>
<guid isPermaLink="false">00011c89a2fe275c14ca618aae9c697b</guid>
<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 13:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;ศุภมาส-ซาบีดา&quot; ถกบอร์ดภาพยนตร์ฯ ปลื้ม 3 เดือน เอกชนแห่ยื่นขอรับการส่งเสริมกว่า 80 โครงการ เตรียมปรับโฉมคณะอนุกรรมการใหม่ เดินหน้าหนุนหนังไทย ดึงต่างชาติจ้างผลิตคอนเทนต์ ตั้งกลไกพิจารณาเงินสนับสนุนโปร่งใส-มีประสิทธิภาพ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>20 กรกฎาคม 2569&nbsp;เวลา 13.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้ามาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ ซึ่งเปิดรับการยื่นความประสงค์รอบแรกระหว่างวันที่ 13 มกราคม - 31 มีนาคม 2569 มีผู้ยื่นเอกสารครบถ้วนถึง 74 โครงการ ประมาณการค่าใช้จ่ายในการลงทุนการผลิตกว่า 3,051 ล้านบาท สะท้อนการตอบรับจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยในจำนวนดังกล่าว มีโครงการที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและยื่นขอรับเงินสนับสนุนภายในเดือนพฤษภาคม 2570 จำนวน 59 โครงการ ประกอบด้วยภาพยนตร์ 9 โครงการ ละครและซีรีส์ 38 เรื่อง และมิวสิกวิดีโอ 12 โครงการ มีประมาณการค่าใช้จ่ายลงทุนการผลิตรวมกว่า 2,417 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการที่ยื่นความประสงค์ทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์และกลไกที่คณะกรรมการกำหนดต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ขณะเดียวกัน มาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ ปัจจุบันมีผู้ยื่นเอกสารครบถ้วน 8 โครงการ ครอบคลุมงานแอนิเมชัน เวอร์ชวลโปรดักชัน วิชวลเอฟเฟกต์ และงานหลังการผลิต มีประมาณการค่าใช้จ่ายในการจ้างรวมกว่า 87.94 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อศักยภาพบุคลากรและสตูดิโอไทยในงานผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ โดยโครงการทั้งหมดอยู่ระหว่างรอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเช่นเดียวกัน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาเงินสนับสนุนสำหรับแต่ละมาตรการ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ และมอบหมายกระทรวงวัฒนธรรมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบการทบทวนโครงสร้างคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานในปัจจุบัน โดยให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเดิม จำนวน 5 คณะ และปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการอีก 8 คณะ พร้อมมอบหมายฝ่ายเลขานุการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดทำร่างคำสั่งเสนอประธานกรรมการฯ ลงนามต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มชื่อ &quot;เทศกาลภาพยนตร์ไอริช หรือ Irish Film Festival&quot; เป็นเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศตามมาตรา 27 (4) แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยมอบหมายกรมส่งเสริมวัฒนธรรมดำเนินการออกประกาศต่อไป หลังพบว่าเทศกาลดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 รวม 7 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา การแลกเปลี่ยนและเผยแพร่วัฒนธรรม การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับไอร์แลนด์</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&quot;การปรับโครงสร้างกลไกบริหารและการเดินหน้ามาตรการสนับสนุนทั้งสองด้าน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ สร้างการลงทุนและการจ้างงาน ตลอดจนยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตคอนเทนต์ที่มีศักยภาพในระดับนานาชาติ&quot; นางสาวศุภมาสกล่าว</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>----------------------</p>

<p>สวท.ราชบุรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20260721316a4e808abc264286f87883ab01402a134611.jpg' type='image/jpg' length='135468' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมการค้าภายใน จับมือตลาดศรีเมือง จัดแคมเปญ "Thailand : The Land of Tropical Fruits 2026" ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย แจกคูปองเงินสดสุดคุ้ม]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/524308</link>
<guid isPermaLink="false">5eb7050a0db31a50b371fac9c4ff6b56</guid>
<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 13:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมการค้าภายใน จับมือตลาดศรีเมือง จัดแคมเปญ &quot;Thailand : The Land of Tropical Fruits 2026&quot; ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย แจกคูปองเงินสดสุดคุ้ม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;กรมการค้าภายใน ร่วมกับตลาดศรีเมือง จัดกิจกรรมการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยในตลาดสด ตลาดกลาง และตลาดต้องชม ภายใต้โครงการ Thailand : The Land of Tropical Fruits 2026 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการตลาดในรูปแบบค้าส่ง รวมถึงกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ สนับสนุนผู้ประกอบการค้า และคืนกำไรให้กับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในตลาดศรีเมือง โดยการแจกคูปองเงินสดเมื่อซื้อผลไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ทุกยอดซื้อ 5,000 บาท ได้สิทธิแลกคูปองใบละ 500 บาท จำนวน 1 ใบ สิทธิแลกคูปอง 1 - 3 สิทธิ/ ราย จำนวน 500 ใบ รวมมูลค่า 250,000 บาท โดยลูกค้าสามารถนำคูปองเงินสดไปซื้อผลไม้กับร้านที่มีป้ายสัญลักษณ์ที่เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 21 - 24 กรกฏาคม 2569 สำหรับกิจกรรมดังกล่าวมีผู้บริหารตลาดศรีเมือง นำโดยคุณกฤช รังสิเสนา ณ อยุธยา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการร่วมแจกคูปอง ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมาซื้อสินค้าและเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณอาคาร 1 ตลาดศรีเมือง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>--------------------</p>

<p>สวท.ราชบุรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20260721c30604224191e1ba9047fbaa9b0b1646134156.jpg' type='image/jpg' length='566928' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เจเศรษฐ์” นำทีมไทยขึ้นเวที UN ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายโลก ลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 50% ภายในปี 2573]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/524304</link>
<guid isPermaLink="false">63b4e11e2ef30c951a6250333026890e</guid>
<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 13:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&ldquo;เจเศรษฐ์&rdquo; นำทีมไทยขึ้นเวที UN ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายโลก ลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 50% ภายในปี 2573</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">20 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (United Nations Headquarters) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly High-Level Meeting) ว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน (High-Level Meeting on Improving Global Road Safety) เพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน และแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกับประเทศสมาชิกจากทั่วโลก</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การประชุมระดับสูงครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือของประชาคมโลกในการบรรลุเป้าหมายสำคัญ คือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) ตามกรอบทศวรรษแห่งการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางถนน (Decade of Action for Road Safety 2021&ndash;2030) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยประเทศสมาชิกได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนแบบองค์รวม การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายจราจร การกำหนดอัตราความเร็วที่เหมาะสม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย การยกระดับมาตรฐานยานพาหนะ การพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุหลังเกิดเหตุ ตลอดจนการผลักดันการรับรองปฏิญญาร่วม เพื่อเปลี่ยนคำมั่นสัญญาของประเทศสมาชิกไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละประเทศ</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ในการกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม นายเจเศรษฐ์ได้สะท้อนแนวทางการดำเนินงานของประเทศไทยในการยกระดับความปลอดภัยทางถนน โดยเน้นว่า &ldquo;พลังด่านชุมชน&rdquo; เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยในระดับพื้นที่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า การสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนในระดับชุมชน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยภายใต้นโยบาย &ldquo;Trusted Thailand&rdquo; เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ ด้วยการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายเจเศรษฐ์กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยเชื่อมั่นว่า การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ต้องอาศัยทั้งนโยบายที่มีประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุและการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในสังคม</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การเข้าร่วมการประชุมระดับสูงครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยบนเวทีระหว่างประเทศ ในการร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านความปลอดภัยทางถนน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับนานาประเทศในการขับเคลื่อนเป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2573</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมนำองค์ความรู้ ข้อเสนอแนะ และแนวปฏิบัติที่ได้รับจากการประชุมมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ ควบคู่กับการยกระดับการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และร่วมบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาคมโลก ภายใต้เป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2573</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">-----------------------</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สวท.ราชบุรี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202607219559106dbc22ff8a4a93fa88982b6d14133750.jpg' type='image/jpg' length='142461' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภมาส” ผนึก “สคบ.-กทม.-ตร.” เปิดปฏิบัติการนำร่องตรวจอู่ซ่อมรถ 5 จุดใหญ่ย่านวิภาวดี คุมเข้ม “หลักฐานการรับเงิน” หลังพบร้องเรียนพุ่งกว่า 1,700 เรื่อง พร้อมยกระดับสู่การตรวจทั่วประเทศ]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/223</link>
<guid isPermaLink="false">ce0929d58f19de4797d530170c390472</guid>
<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&ldquo;ศุภมาส&rdquo; ผนึก &ldquo;สคบ.-กทม.-ตร.&rdquo; เปิดปฏิบัติการนำร่องตรวจอู่ซ่อมรถ 5 จุดใหญ่ย่านวิภาวดี คุมเข้ม &ldquo;หลักฐานการรับเงิน&rdquo; หลังพบร้องเรียนพุ่งกว่า 1,700 เรื่อง พร้อมยกระดับสู่การตรวจทั่วประเทศ </span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">16 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และตัวแทนจากสำนักงานเขตจตุจักร และสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ลงพื้นที่นำร่องตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจให้บริการซ่อมรถยนต์ ณ ศูนย์บริการรถยนต์ บริษัท โตโยต้า บัสส์ จำกัด สาขาวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยบูรณาการ 3 หน่วยงานตรวจสอบการจัดทำหลักฐานการรับเงินตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการซ่อมรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2546</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการนำร่องตรวจสอบรวม 5 จุดในเขตจตุจักร ก่อนขยายผลการตรวจสอบให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยแต่ละหน่วยงานใช้อำนาจหน้าที่ของตนเอง สคบ. ตรวจหลักฐานการรับเงินตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฯ สำนักงานเขตจตุจักรตรวจใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่นดูแลความเรียบร้อย ทำให้การตรวจสอบครอบคลุมทุกมิติในการลงพื้นที่ครั้งเดียว</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ทั้งนี้ ประกาศฯ ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 แต่ สคบ. ยังคงได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบันมีมากกว่า 1,700 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาการซ่อมเครื่องยนต์และตัวถัง ค่าซ่อมไม่ชัดเจน เก็บเงินเพิ่มโดยไม่แจ้งก่อน และหลักฐานการรับเงินระบุรายละเอียดไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ที่ผ่านมา สคบ. ช่วยเหลือจนยุติเรื่องไปแล้วเกือบ 1,200 เรื่อง หรือเกือบ 70% ส่วนที่เหลืออยู่ในกระบวนการทั้งหมด</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนได้สานต่อนโยบายของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทำงานเชิงรุกและประสานกัน ไม่ทำงานแบบต่างคนต่างทำ จึงสั่งการให้ สคบ. นำผลการตรวจนำร่องครั้งนี้ไปขยายผล พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถยนต์ทั่วประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ประสานข้อมูลกับกรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาคให้ประสานผ่าน สคบ. จังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด เพื่อให้การตรวจสอบเป็นระบบ ทั่วถึง และติดตามผลได้ชัดเจนขึ้น</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&ldquo;รถยนต์คือทรัพย์สินที่ประชาชนใช้ทุกวัน ความปลอดภัยในการเดินทางขึ้นอยู่กับงานซ่อมที่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคจึงต้องได้รับข้อมูลครบทั้ง 3 ช่วง ก่อนซ่อมต้องได้รับการประเมินและแจ้งราคาค่าอะไหล่ ค่าแรงก่อนลงมือ ระหว่างซ่อมต้องรู้ระยะเวลา และรู้ว่าใช้อะไหล่แท้หรืออะไหล่ทดแทน หลังซ่อมต้องมีการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่ที่ระบุระยะเวลาหรือระยะทางชัดเจน เมื่อชำระเงินแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่มีรายการครบ 9 รายการทันที เอกสารนี้คือเกราะของผู้บริโภค หากเกิดปัญหาภายหลังจะใช้เรียกร้องสิทธิได้ทันที อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับปัจจุบันควบคุมเฉพาะหลักฐานการรับเงินซึ่งออกหลังการซ่อมเสร็จ แต่ปัญหาจำนวนมากเกิดตั้งแต่ก่อนตกลงรับบริการ ดิฉันจึงมอบหมายให้ สคบ. เร่งศึกษายกระดับความคุ้มครองให้ครอบคลุมถึงสัญญาก่อนรับบริการซ่อมรถยนต์ด้วย เพื่อให้ผู้บริโภครู้รายการซ่อม ราคา และเงื่อนไขชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มซ่อม ไม่ใช่คุ้มครองเฉพาะขั้นตอนใบเสร็จรับเงินเพียงอย่างเดียว&rdquo; นางสาวศุภมาส กล่าว</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นางสาวศุภมาสยังได้ฝากถึงผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถยนต์ทุกรายว่า การออกหลักฐานการรับเงินไม่ใช่เรื่องขอความร่วมมือ แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายทันที และขอบคุณสำนักงานเขตจตุจักร สถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น และผู้ประกอบการทุกจุดที่เปิดให้เข้าตรวจในวันนี้ ความร่วมมือแบบนี้คือภาพที่ประชาชนอยากเห็น และผู้ที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ หากผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากการใช้บริการซ่อมรถยนต์ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ <a href="https://www.ocpb.go.th/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExeUVSZm1sT2MwQURsUzY5ZnNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR5-u-Uos-SCwfE-nb2uWkEZx7tvGjqhNbmVgIrPegd5dIyoxSWVSnYYCZ6iVA_aem_a5ffuWhVL_YU2ZqHUQM__A" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">www.ocpb.go.th</a> หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด</span><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">-----------------------------------------</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สวท.ราชบุรี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202607169ba14f36aeb51cd9227be0e5750dea98153336.jpg' type='image/jpg' length='117873' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กพช. ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ตัดค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน 200 หน่วยแรก ลดเหลือ 3 บาท/หน่วย รอบบิล ส.ค. นี้]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/225</link>
<guid isPermaLink="false">3930a4a22f5411c64494300994580be1</guid>
<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กพช. ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ตัดค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน 200 หน่วยแรก ลดเหลือ 3 บาท/หน่วย รอบบิล ส.ค. นี้</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2569 มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และรองรับการลงทุนใหม่ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาจัดทำกฎหมายเฉพาะสำหรับกำกับดูแล Data Center ให้ครอบคลุมประเด็นการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และมลภาวะทางเสียง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการด้านไฟฟ้า 7 เรื่อง ได้แก่</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1. แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากอัตราค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป 2. ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย ลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย ให้มีผลในรอบบิลเดือนสิงหาคม 2569</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3. ขยายมาตรการ Direct PPA ให้ครอบคลุมทั้งกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">4. กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับ Data Center</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">5. กำหนดให้ผู้ประกอบการ Data Center รายใหญ่ต้องวางหลักประกันการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าและจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">6. เห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง โดยกำหนดวันสิ้นสุดสัญญา SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ที่มีการต่ออายุอัตโนมัติ ปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">7. เดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน กำลังผลิตรวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ กำหนดหลักการ 1 ตำบล 1 โครงการ ปรับวิธีคัดเลือกผู้พัฒนาโครงการจากระบบ &ldquo;ยื่นก่อนได้สิทธิก่อน&rdquo; เป็นการคัดเลือกด้วยเกณฑ์คะแนนคุณภาพ พร้อมกำหนดเพดานการได้รับคัดเลือกของผู้พัฒนาแต่ละรายไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม กระจายโอกาสสู่ทุกพื้นที่ และนำผลประโยชน์จากส่วนต่างราคามาช่วยลดค่าไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20260716400a1ad1633b410b8c4ffbbc081dd420155537.jpg' type='image/jpg' length='110715' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมประชาสัมพันธ์ชูโมเดลสื่อยุคใหม่บนเวทีนานาชาติ เดินหน้าพัฒนา AI สร้างความเข้าใจอัตลักษณ์เอเชีย]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/226</link>
<guid isPermaLink="false">1c57bc4f07b889c61a704379288db2ba</guid>
<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กรมประชาสัมพันธ์ชูโมเดลสื่อยุคใหม่บนเวทีนานาชาติ เดินหน้าพัฒนา AI สร้างความเข้าใจอัตลักษณ์เอเชีย</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวสุนทรพจน์ในการเสวนาหัวข้<span style="background-color:#800080;"></span>อ &ldquo;Story Like Water, Quietly Nourishing All Things&rdquo; (เรื่องเล่าดั่งสายน้ำ ชโลมใจ ไร้สำเนียง) ในการประชุม 2026 Media Cooperation Forum of South and Southeast Asia ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของศูนย์การสื่อสารระหว่างประเทศเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งยูนนาน และ China Daily ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเน้นย้ำว่า &ldquo;เรื่องเล่าที่ดี&rdquo; ในยุคดิจิทัล ไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดข้อเท็จจริง แต่ต้องสามารถรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวว่า แม้ AI จะช่วยสร้างและแปลเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว แต่หากขาดบริบททางวัฒนธรรม ก็อาจนำไปสู่การบิดเบือนข้อมูลและอัตลักษณ์ของแต่ละประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนา AI บนฐานข้อมูลที่สะท้อนภูมิปัญญาและบริบทของภูมิภาคเอเชีย</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">พร้อมกันนี้ กรมประชาสัมพันธ์กำลังขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศสื่ออัจฉริยะที่เชื่อถือได้ (Intelligent and Trusted Media Ecosystem) ควบคู่กับการจัดทำคลังข้อมูลสื่อของประเทศ (Localized Media Data Pools) เพื่อให้ระบบ AI และเครื่องมือค้นหาระดับโลกสามารถนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสะท้อนอัตลักษณ์ของชาติได้อย่างเหมาะสม และได้ชื่นชมถึงความสำเร็จของ ดร.วัชรติยา วัชโรบล นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ กรมประชาสัมพันธ์ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลกจากการแข่งขัน iSAFE Hackathon ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยผลงาน Fake News Deep Verify แอปพลิเคชัน AI สำหรับตรวจสอบข่าวปลอมแบบเรียลไทม์สองภาษา ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสื่อและการตรวจสอบข้อมูล</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้เสนอ 3 แนวทางความร่วมมือระดับภูมิภาค ได้แก่ การจัดตั้ง พันธมิตรข้อมูลสื่อสารแห่งเอเชีย (Pan-Asian Media Data Alliance) การร่วมผลิตสื่อด้วยเทคโนโลยี (Algorithmic Co-Production) และการร่วมกันกำกับดูแลจริยธรรมสื่อมวลชน (Collective Ethical Governance) เพื่อรับมือกับข่าวลวง ข้อมูลบิดเบือน และอคติของ AI พร้อมผลักดันให้ประเทศในเอเชียร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวของภูมิภาคสู่เวทีโลกอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="background-color:#800080;"></span><span style="background-color:#800080;"></span></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูง และการร่วมเสวนาระหว่างสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายประเทศในเอเชีย โดยมีผู้บริหารสื่อ นักวิชาการ และสื่อมวลชนจากภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 200 คนเข้าร่วม สำหรับประเทศไทยมีอาจารย์เกษมสันต์ วีรกุล นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารมวลชน พร้อมผู้แทนจาก MCOT และ Thai PBS เข้าร่วมการประชุม โดยเวทีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้ เครือข่ายพันธมิตรสื่อเอเชียใต้&ndash;เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2567 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสื่อมวลชน และยกระดับการแลกเปลี่ยนด้านการสื่อสารในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">-------------------------</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สวท.ราชบุรี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/2026071682980c17547de58543eabb83a8f70e72160804.jpg' type='image/jpg' length='101184' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภาคเอกชน นำเครื่องอุปโภค บริโภค และเจลมอบให้เหล่ากาชาด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/227</link>
<guid isPermaLink="false">0a45c355938b98eba0d963ac2a5299d3</guid>
<pubDate>Wed, 15 Jul 2026 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ครม. ปรับเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิ ประกาศผล 17 ก.ค. นี้</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เสนอ ซึ่งการปรับปรุงเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีเป้าหมายเพื่อให้การช่วยเหลือของรัฐบาลเข้าถึงผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้มีการทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. เพิ่มเติมกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ปี 2569 โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นกลุ่มชายขอบและกลุ่มตกหล่น จำนวน 5.4 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ 2. ไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้ 3. การพิจารณาเกณฑ์คุณสมบัติกรณีมีวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท จะไม่นับรวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรกรรม โดยจะมีการประกาศผลการพิจารณาในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) เมื่อประกาศผลแล้ว ผู้ได้รับสิทธิที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายเดิม) ไม่ต้องยืนยันตัวตน ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายใหม่) ต้องทำการยืนยันตัวตนทุกคน ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือ หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง สำหรับการใช้สิทธิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 และผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ส่วนผู้ไม่ได้รับสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 17 &ndash; 31 กรกฎาคม 2569</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">----------------------</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สวท.ราชบุรี</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/2026071635627bd6c660af7b859ac6e47ffd1960161427.jpg' type='image/jpg' length='114048' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมประชาสัมพันธ์ผนึกกำลังยูนนาน มุ่งพัฒนาสื่อ เชื่อมสัมพันธ์คนรุ่นใหม่ ปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/224</link>
<guid isPermaLink="false">279c287e6bc41a6cb11c81618a4f18a2</guid>
<pubDate>Tue, 14 Jul 2026 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กรมประชาสัมพันธ์ผนึกกำลังยูนนาน มุ่งพัฒนาสื่อ เชื่อมสัมพันธ์คนรุ่นใหม่ ปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">(14 ก.ค.​ 69) อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และกรรมการประจำและอธิบดีสำนักงานสารนิเทศคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำมณฑลยูนนาน ได้พบปะหารือและเห็นพ้องเดินหน้าโครงการแลกเปลี่ยนผู้นำเยาวชนไทย&ndash;จีน เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสวัฒนธรรม เรียนรู้วิถีชีวิต ผ่านประสบการณ์จริง​ ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุมพันธมิตรสื่อมวลชนเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​ ประจำปี​ 2569 ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><br />
นางเจิง เยี่ยน กรรมการประจำและอธิบดีสำนักงานสารนิเทศคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำมณฑลยูนนาน พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานสื่อของมณฑลยูนนาน อาทิ หนังสือพิมพ์ยูนนานเดลี และสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งมณฑลยูนนาน ร่วมหารือถึงแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนระหว่างไทยและยูนนาน โดยเน้นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสื่อ การเพิ่มช่องทางและแพลตฟอร์มการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการขยายความร่วมมือด้านสื่อในมิติต่าง ๆ</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><br />
นอกจากนี้ ฝ่ายยูนนานยังแสดงความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับไทย ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม เทคโนโลยีด้านสุขภาพ การคมนาคม และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลยูนนานเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><br />
ในโอกาสนี้ ฝ่ายยูนนานได้เสนอแนวทางความร่วมมือผ่านโครงการแลกเปลี่ยนการเยือนผู้นำเยาวชนไทย&ndash;จีน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของทั้งสองประเทศ พร้อมกล่าวว่า &quot;ฟังเรื่องยูนนานร้อยครั้ง ไม่สู้มาเยือนครั้งเดียว&quot; เพื่อสะท้อนคุณค่าของการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><br />
ด้านนางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดี​กรมประชา​สัมพันธ์​ยืนยันความมุ่งมั่นในการสานต่อความร่วมมือ พร้อมตอบรับข้อเสนอการแลกเปลี่ยนผู้นำเยาวชนไทย-จีน ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ พัฒนาองค์ความรู้ และเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สมดังคำกล่าว &quot;จีน&ndash;ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน&quot;</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><br />
โอกาสนี้​ อธิบดี​กรมประชาสัมพันธ์ ยังได้เดินทางไปพบปะนายเริ่น หย่วนเจิ้ง ประธาน หนังสือพิมพ์​ยูนนานเดลี​ (Yunnan Daily Press Group) เพื่อพัฒนา​เครือข่ายความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชน โดยได้เยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการข่าวและสื่อดิจิทัล และรับฟังการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งเป็นสื่อหลักของมณฑลยูนนานที่ครอบคลุมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล และแพลตฟอร์มระดับนานาชาติ<br />
ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมอง​การพัฒนาความร่วมมือด้านการผลิตและแลกเปลี่ยนข่าวสาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI ในงานสื่อสารมวลชน ตลอดจนการเสริมสร้างเครือข่ายสื่อในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง<br />
การเยือนในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับความร่วมมือด้านสื่อสาร​มวลชน​ไทย&ndash;ยูนนาน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย&ndash;จีนให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนต่อไป</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">-----------------------------------------</span></p>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">สวท.ราชบุรี</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202607168323eec07c006f7edfb1b1e16f33058f145909.jpg' type='image/jpg' length='77684' />
</item>
</channel>
</rss>
