<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ติดต่อเรา]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/29</link>
<atom:link href="https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/29" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ประวัติกรมประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://radioratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/29/iid/523522</link>
<guid isPermaLink="false">19949531e831965f5738f6bd4856528f</guid>
<pubDate>Sun, 19 Jul 2026 16:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp;<img alt="" src="https://www.prd.go.th/cms/s1/u1/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2/6eed3a063f20bfa16af49adc5b253d27.png" /></span><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; </span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:48px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กรมประชาสัมพันธ์</span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp;เป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐบาลกับประชาชน ตลอดจนระหว่างประชาชนด้วยกัน โดยวิธีการให้ข่าวสาร ความรู้ข้อเท็จจริงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อเสนอรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่โน้มน้าว ชักจูงประชาชน เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือแก่รัฐบาลและหน่วยราชการต่าง ๆ ตามแนวทางที่ถูกที่ควรในระบอบประชาธิปไตย โดยมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข นอกจากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครแล้ว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์ ยังมีสำนักประชาสัมพันธ์เขต อีก 8 สำนัก ได้แก่ 1. สปท.1 ขอนแก่น , 2. สปท.2 อุบลราชธานี , 3. สปท.3 เชียงใหม่ , 4. สปท.4 พิษณุโลก , 5. สปท.5 สุราษฎร์ธานี ,&nbsp;6. สปท.6 สงขลา , 7. สปท.7 จันทบุรี และ , 8. สปท.8 กาญจนบุรี เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้เข้าถึงประชาชนในส่วนภูมิภาค ขณะเดียวกันกรมประชาสัมพันธ์ ยังมีสำนักงานประชาสัมพันธ์ครบทุกจังหวัด&nbsp;</span><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"></span></p>

<h1 style="text-align: center;"><span style="font-size:48px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">เริ่มก่อตั้งกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;</span></span></h1>

<p><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศโดยมีชื่อในระยะเริ่มแรกว่า &quot;กองโฆษณาการ&quot;&nbsp;และได้เปลี่ยนชื่อเป็น&nbsp;สำนักงานโฆษณาการ&nbsp;เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนาผลงานมาเป็นลำดับโดยมีการปรับปรุงและขยายความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะตามความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการสภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ตลอดจนนโยบายของรัฐบาลในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&quot;&nbsp;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483&nbsp;หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&quot;&nbsp;เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495</span></p>

<ul>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองโฆษณาการ&quot;&nbsp;โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรมมีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&quot;&nbsp;มีฐานะเป็นกรมหัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง&nbsp;คือ สำนักงานเลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดยทำหน้าที่หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้แก่ประชาชน&nbsp;เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศโดยส่วนรวม</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จากกรมไปรษณีย์ โทรเลขมาขึ้นกับสำนักงานโฆษณาการ และมีการตั้งโฆษณาการเขตขึ้นเป็นเขตแรกที่จังหวัดหนองคาย และที่จังหวัดพระตะบอง เป็นเขตที่สอง</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; และมีการตั้งกองการต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อติดต่อ และโฆษณาการเผยแพร่ข่าวสารต่อชาวต่างประเทศ</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวจากกระทรวงคมนาคมมาขึ้นกับกรมโฆษณาการ</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับภาระหน้าที่ในฐานะ แหล่งการเผยแพร่นโยบายและผลงานของรัฐบาล รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้และความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง รัฐบาลกับประชาชนด้วย</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอนและวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชาสัมพันธ์ภาคพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นแห่งแรก&nbsp;ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคใต้โดยเฉพาะ</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่และเพิ่มหน่วยงานระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย&nbsp;ระดับกอง 15 หน่วยงาน</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง (20หน่วยงาน) และราชการบริหารส่วนภูมิภาค&nbsp;(สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด) โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ, ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 5-8,&nbsp;และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><a href="https://www.prd.go.th/cms/s1/u9/SOP_DIP_P_412329_0001.pdf">26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์</a>&nbsp;โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงาน และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><a href="https://www.prd.go.th/cms/s1/u9/00102588.pdf">9 ตุลาคม 2545 ราชกิจจานุเบกษา กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์</a>&nbsp;โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 21&nbsp;หน่วยงาน และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</span></li>
	<li><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><a href="https://www.prd.go.th/cms/s1/u9/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C_31_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99.pdf">12 มีนาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษา กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์</a>&nbsp;โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 20 หน่วยงาน และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 76 จังหวัด)</span><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><u></u></span></li>
</ul>

<h1 style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><img alt="" src="https://www.prd.go.th/cms/s1/u9/PRD_Logo_Final.jpg" style="width: 300px; height: 300px; float: left;" />&nbsp;<span style="font-size:48px;">ตรากรมประชาสัมพันธ์</span></span></h1>

<p style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฎในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 7 เล่มที่ 64&nbsp;ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2490 กำหนดเครื่องหมายราชการ &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; ให้เป็นรูปพระอินทร์เป่าสังข์เหาะลอยอยู่เหนือเมฆ โดยมีชื่อ &quot;ปาญจนันท์&quot;&nbsp;มีวงกลมล้อมรอบตามวรรณคดีกล่าวไว้ว่า&nbsp;พระอินทร์เป่าสังข์ปลุกพระนารายณ์ให้ตื่นจากบรรทมสินธุ์ในสะดือทะเล เพื่อขึ้นมาปราบเหตุร้ายต่าง ๆ ในโลก อย่างไรก็ดี โดยที่สังข์ ตามลัทธิพราหมณ์ถือว่าเป็นมงคล 3 คือ&nbsp;สังข์ ถือกำเนิดจากพระพรหม ท้องสังข์เคยเป็นที่ซ่อนคัมภีร์พระเวทและตัวสังข์มีรอยนิ้วพระหัตถ์ของพระนารายณ์ ในพิธีทางศาสนา พราหมณ์ จึงมีการเป่าสังข์เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย&nbsp;นอกจากนี้ พระในลัทธิชินโตก็ใช้สังข์เป่าในพิธีมงคลพวกชาวเกาะทะเลใต้เป่าสังข์บอกสัญญาณ ระหว่างกันปรากฏว่าได้ยินไปไกลไม่แพ้เป่าเขาควาย เนื่องจากงานประชาสัมพันธ์เป็นการโฆษณาเผยแพร่ และอธิบายชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอย่างกว้างขวางเป็นการสร้างความเข้าใจอันดี โดยมีวิทยุ โทรทัศน์&nbsp;หนังสือพิมพ์ และภาพยนตร์เป็นเครื่องช่วย จึงเปรียบได้กับการเป่าสังข์ของเทวดาในสมัยโบราณเพื่อบอกสัญญาณ และเรียกประชุม นั่นเอง</span></p>

<h1 style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp;สีกรมประชาสัมพันธ์</span></h1>

<p style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ใช้สีม่วง ซึ่งถือกันว่าเป็นสีของงานสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์</span></p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
